Yield Farming โปรยเหรียญหว่านผลใน DeFi สร้างโอกาสและทำกำไรได้มากกว่า Bitcoin

แหล่ง DeFi สร้างรายได้สำหรับสาวกคริปโต เพียงแค่ลงทุนเหรียญแล้วนั่งเฉย ๆ รอเก็บผลกำไร สบายไปอีก

แชร์บทความของเหมียวให้หน่อยนะ~

โดยปกติแล้วถ้าคุณได้ซื้อเหรียญคริปโตเอาไว้แต่ได้แค่ถือครองโดยเฉพาะเหรียญ Bitcoin ก็ไม่ต่างอะไรกับการซื้อทองคำแล้วรอมูลค่าสูงขึ้นแล้วมาปล่อยขายเพื่อเก็งกำไร แต่กว่ามูลค่าจะสูงขึ้นก็คงต้องรอเป็นสิบปี หรือบางคนซื้อเหรียญคริปโตไว้แล้วนำมา Trading ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในการลงทุนสูง แต่ถ้าคุณเป็นคนที่วิเคราะห์กราฟเป็น มีความรู้และประสบการณ์มากอยู่พอสมควร ผลตอบแทนที่ได้กลับมาก็เรียกได้กำไรงามใช้ได้เลย

แต่ในทางกลับกันถ้าลงทุนโดยที่ไม่มีความรู้ในการดูหรือวิเคราะห์กราฟ ไม่มีประสบการณ์ก็ทำให้สูญเสียเงินจากการลงทุนได้มากเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการฟาร์มเหรียญคริปโตเรียกได้ว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้าง Passive Income สำหรับในวงการ Cryptocurrency ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการ Trading ในบางครั้งเราอาจได้ยินคำศัพท์หรือคำแสลงที่กลุ่มคนเหล่านี้มักจะพูดว่าฟาร์มเหรียญคริปโต ทำฟาร์มเหรียญ อะไรประมาณนี้ ซึ่งการฟาร์มใน ณ ที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเป็นชาวนาที่ต้องลงไปปลูกต้นกล้าหว่านเม็ดเองเหมือนชาวนาจริง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วกระบวนการทำงานของมันคล้ายคลึงกับชาวนาก็ว่าได้ถึงแม้ว่าจะมีบางคนก็ยังเอาการฟาร์มเหรียญนี้ไปเปรียบเทียบ ซึ่งกระบวนการฟาร์มเหรียญเหล่านี้ชื่อที่เป็นทางการจริง ๆ นั้นก็คือ Yield Farming เริ่มงงกันแล้วใช่มั้ยว่าคืออะไร อย่าเพิ่งรีบงงตั้งใจอ่านให้จบบทความนี้แล้วคุณจะเข้าใจทันที

Yield Farming คืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำนี้ก่อน Yield Farming ก็คือการนำเหรียญคริปโตที่เราซื้อมาจากแหล่งซื้อ-ขายในที่ต่าง ๆ จาก Binance Bitkub หรือที่ใดก็ตามแต่มาลงทุนในแหล่ง DeFi โดยการนำเหรียญคริปโตของเราที่ถือครองไว้ไปใส่ไว้ในจำนวนเงินกองหนึ่ง ซึ่งจำนวนเงินในกองนี้จะถูกนำไปใช้ให้สำหรับผู้ใช้บริการในแหล่ง DeFi แพลตฟอร์มนั้นมาทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่น การกู้ยืมเหรียญคริปโต การแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโต การมัดจำ เป็นต้น ยิ่งถ้าจำนวนเงินในกองนี้มีมูลค่ามากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลทำให้สภาพคล่องทางการเงินมีมากขึ้นหรือที่วงการ Cryptocurrency มักจะเรียกว่า Liquidity Pool นั้นเอง โดยสิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับกลับมานั้นเป็นดอกเบี้ยจากการลงทุนในจำนวนเงินดังกล่าวหรือค่าธรรมเนียม (Fee) จากผู้กู้ยืมเหรียญคริปโต รวมไปถึงค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินในแหล่งจำนวนเงินดังกล่าว และยังได้รับเป็นเหรียญ Governance Tokenสำหรับแหล่ง DeFi ในแพลตฟอร์มที่ลงทุนไปนั้นเป็นการตอบแทน

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำ Yield Farming

Impermanent Loss

ปกติแล้วการทำงานของ Yield Farming ตามในแหล่ง DeFi ในแต่ละแพลตฟอร์มโดยทั่วไปแล้วเป็นการนำสกุลเงินคริปโตทั้งสองสกุลเงินมาจับคู่กัน แล้วทำการสร้าง Asset Digital เสมือนเป็นเหรียญคริปโตสกุลเงินใหม่โดยมูลค่าสกุลเงินทั้งสองสกุลเงินเท่ากันภายใต้กฎการทำงานของ 50:50 หมายความว่าเมื่อไหร่ก็ตามแต่ที่สกุลเงินใดสกุลหนึ่งเกิดราคาผันผวนขึ้นไม่ว่าจะเป็นในทิศทางที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง นำราคาของเหรียญนั้นมาคำนวณกับจำนวนเงินที่ลงทุนในฟาร์มแล้วตีเป็นมูลค่า ณ ราคาปัจจุบัน แล้วนำมูลค่าของสกุลเงินอีกหนึ่งเหรียญรวมกันและกระจายมูลค่าให้เท่ากันทั้งสองสกุลเงิน  ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า Impermanent loss หรือมูลค่าที่สูญเสียชั่วคราวไปนั้นเอง แต่ในขณะเดียวกันในการลงทุนเหรียญในแต่ละ Liquidity Pool นั้นจะต้องมีการคำนึงถึงความเสี่ยง ถ้ายิ่งมีความเสี่ยงมากโอกาสที่จะได้รับกำไรก็มีมากเช่นเดียวกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้มีการถอดถอนกองเงินออกจาก Liquidity Pool นั้น มูลค่า Impermanent Loss ที่สูญเสียไปชั่วคราวนั้นก็จะกลายเป็นมูลค่าที่สูญเสียไปถาวรทันทีหรือที่เรียกว่า Permanent Loss นั้นเอง จึงทำให้มูลค่าที่สูญเสียไปนั้นเมื่อเทียบกับนักลงทุนสาย HOLDer (นักลงทุนที่ถือเหรียญคริปโตอย่างเดียว) ดูเหมือนจะขาดทุนแต่ไม่ทั้งหมด แต่จะได้รับเป็นเหรียญ Token สำหรับแพลตฟอร์ม DeFi เป็นเปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่ Staking ทำให้ได้กำไรมากกว่านักลงทุนสาย HOLDer

Rug Pool

ในแหล่งการฟาร์มเหรียญบนโลก DeFi ในปัจจุบันได้มีการเกิดขึ้นมากมายยิ่งกว่าการเกิดของดอกเห็ด ซึ่งในช่วงแรกที่เปิดให้บริการนั้นจำนวน Liquidity Pool มีน้อยมาก จึงได้มีการนำเสนอข้อตกลงในเรื่องของเปอร์เซ็นดอกเบี้ย ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมในปริมาณที่เยอะกว่าแหล่งฟาร์มเหรียญที่เรารู้จักกัน เพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาลงทุนในช่วงแรก พอเวลาผ่านไปจนกระทั่งมีจำนวน Liquidity Pool และมูลค่ามากเพียงพอต่อความต้องการของผู้สร้างจึงเกิดการฮุบจำนวนเงินทั้งหมด ทำให้เกิดความเสียหายของผู้ลงทุนเป็นจำนวนมากอีก อีกทั้งไม่สามารถทราบได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของผู้สร้างแหล่งฟาร์มเหรียญนั้นคือใคร เพราะโดยทั่วไปแล้วแหล่งฟาร์มเหรียญนั้นจะไม่สามารถทราบได้เลยว่าใครเป็นคนสร้างเว้นเสียว่าเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้จริง ๆ เช่น Pancake แหล่งฟาร์มเหรียญที่ Binance พัฒนาหนุนหลังให้ เป็นต้น

Token ราคาผันผวน

เมื่อเราลงทุนทำฟาร์มเหรียญในแหล่ง Liquidity Pool ที่เลือกไว้สิ่งที่ได้รับกลับมาอย่างหนึ่งนั้นก็คือ Governance Token จากแหล่ง DeFi ในแพลตฟอร์มนั้น ซึ่งเหรียญ Token ดังกล่าวนั้นจะมีมูลค่าที่ผันผวนตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่มีมูลค่าสูงขึ้นผลตอบแทนจากการลงทุนก็จะได้รับเปอร์เซ็นที่มากขึ้น หากเหรียญ Token มีมูลค่าลดลงผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาก็น้อยลงเช่นเดียวกัน

แชร์บทความของเหมียวให้หน่อยนะ~

คอมเม้นต์พูดคุยกันได้นะเหมียว😃😃😃