วิธีสมัคร Binance ในปี 2022 แหล่งซื้อ-ขาย Cryptocurrency ที่นักลงทุนนิยมมากที่สุดทั่วโลก

เปิดบัญชี Binance ใครว่ายาก เปิดง่ายมาก ถึงแม้ไม่สนับสนุนภาษาไทยก็ตาม บทความนี้แนะนำการสมัครให้คุณได้

แชร์บทความของเหมียวให้หน่อยนะ~

ในครั้งที่แล้วได้มีการเขียนบทความในเรื่องวิธีการสมัครเปิดบัญชี Bitkub และวิธีการยืนยันตัวตนใน Bitkub ซึ่งถ้าใครที่ไม่ได้อ่านบทความสามารถเข้าไปอ่านได้คลิกที่นี่ เพียงแต่ว่า Bitkub นั้นถึงแม้ว่าเป็นแหล่งซื้อขาย Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมภายในประเทศไทย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนสกุลเงิน Cryptocurrency ที่มีตัวเลือกให้กับนักลงทุนอาจจะไม่ครอบคลุมมากนัก ส่งผลให้นักลงทุนไม่เห็นการเกิดเหรียญใหม่และการเติบโตของแต่ละสกุลเงินบนโลก DeFi (Decentralization Finance) รวมไปถึงตลาดซื้อ-ขายที่ไม่ได้กว้างมากนักสำหรับนักลงทุนในประเทศไทย ทำให้นักลงทุนบางคนได้มีการลงทุนในแหล่งซื้อ-ขาย Cryptocurrency ที่มีตลาดกว้างกว่าและมีจำนวนสกุลเงินให้เลือกลงทุนได้หลากหลายกว่าเดิม ซึ่งหนึ่งในแหล่งซื้อขายที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วทุกมุมโลกจนกลายเป็นแหล่ง Cryptocurrency ที่ใหญ่ที่สุดนั้นก็คือ Binance

สำหรับในบทความนี้จะไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของ Binance แต่จะกล่าวถึงวิธีสมัคร Binance มีขั้นตอนในการสมัครอย่างไรบ้างเพื่อเป็นแนวทางสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่สนใจลงทุนซื้อ-ขาย Cryptocurrency ใน Binance สามารถทำตามได้ในบทความเลย

………………….”แนะนำให้แปลภาษาบนโปรแกรม Browser ก่อนนะทุกคน” ………………….

ขั้นตอนการเปิดบัญชี Binance

1. อันดับแรกให้เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ Binance เพียงคลิกที่นี่ ซึ่งหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวถ้ายังไม่เป็นหน้าภาษาไทยให้ทำการเปลี่ยนภาษาก่อน เพื่อเกิดความง่ายต่อการสมัครเปิดบัญชี Binance จากนั้นคลิกที่คำว่า “ลงทะเบียนตอนนี้” เพื่อทำการสมัครเปิดบัญชีต่อไป

2. กรอกข้อมูลลงทะเบียนสำหรับการเปิดบัญชี Binance ซึ่งในส่วนนี้มีช่องทางการเปิดบัญชีอยู่สองช่องทางนั้นก็คือการลงทะเบียนด้วยอีเมล์และการลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์ แต่สำหรับในครั้งนี้แอดมินใช้วิธีการลงทะเบียนด้วยอีเมล์ เพื่อเป็นการง่ายต่อการเปิดบัญชีพร้อมกำหนดรหัสผ่านอย่างน้อย 8 ตัว ประกอบไปด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ 1 อักษรและตัวเลข 1 ตัวเลข

3. หลังจากกรอกข้อมูลลงทะเบียนตามในข้อ 2 แล้วให้ทำการทำเครื่องหมายถูกที่คำว่า “ฉันได้อ่านและยอมรับข้อกำหนดการให้บริการของ Binance” แล้วคลิกที่คำว่า “สร้างบัญชี”

4. จากนั้นป๊อบอัพตรวจสอบความปลอดภัยได้ปรากฏในหน้าเว็บไซต์ ให้ทำการเลื่อนชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ให้ตรงกับส่วนที่หายไปเพื่อเป็นการยืนยันว่าคุณไม่ใช่หุ่นยนต์และรักษาความปลอดภัยในการเปิดบัญชี Binance

5. Binance ได้ทำการส่งรหัส OTP ผ่านช่องทางที่ได้กรอกไว้ในข้อ 2 ซึ่งแอดมินได้ทำการลงทะเบียนด้วยอีเมล์ รหัส OTP ก็จะส่งมาตามอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้ แล้วนำรหัสดังกล่าวไปกรอกลงในหน้าเว็บไซต์ โดยรหัส OTP นั้นมีอายุเพียงแค่ 30 นาที แต่ในครั้งนี้ทางเว็บไซต์จะขอสงวนข้อมูลสำคัญเพื่อเป็นการไกด์ไลน์วิธีสมัคร Binance ให้กับนักลงทุนหน้าใหม่นะครับ

6. หลังจากนั้นการเปิดบัญชี Binance เป็นอันเสร็จสิ้นให้ทำการเข้าไปยังหน้า Dashboard แต่ยังไม่สามารถทำธุรกรรมการฝาก-ถอน-ซื้อ-ขาย Cryptocurrency ภายใน Binance ได้ เนื่องจากหลังจากเปิดบัญชี Binance ระดับบัญชีอยู่ที่ระดับ 0 ซึ่งไม่สามารถทำธุรกรรมใด ๆ ได้จึงต้องมีการยืนยันตัวตนเพื่อเป็นการเปิดวงเงินขั้นต้นในการทำธุรกรรม รวมทั้งการผูกบัญชีเข้ากับเบอร์โทรศัพท์และตั้งรหัส 2 ชั้น

ขั้นตอนการยืนยันตัวตน

1. สำหรับการยืนยันตัวตนใน Binance นั้นให้ทำการเลื่อนลงมาจะพบกับแถบข้อความที่บังคับให้ผู้ที่เปิดบัญชี Binance ทำการยืนยันตัวตนเพื่อทำการเลื่อนขั้นระดับบัญชีอยู่ที่ระดับ 1 สามารถทำธุรกรรมในการซื้อ-ขาย-ฝาก-ถอนเหรียญ Cryptocurrency ได้ใน Binance โดยการคลิกที่คำว่า “ยืนยัน”

2. หน้าเว็บไซต์จะพาไปยังหน้าระดับสถานะบัญชี Binance ว่าตอนนี้สถานะบัญชีอยู่ในระดับ ซึ่งตอนนี้ระดับสถานะบัญชีอยู่ที่ระดับ 0 (นั้นก็คืออันด้านซ้ายมือ) ให้ดำเนินการยืนยันตัวตนโดยคลิกที่ช่องตรงกลางปุ่มสีเหลือง “เริ่มตอนนี้” เพื่อดำเนินการต่อไป

3. หลังจากนั้นพบหน้าป๊อบอัพให้ทำการกรอกข้อมูลส่วนตัว โดยการเลือกสัญชาติ ชื่อจริง นามสกุล วันเกิด เมื่อทำการกรอกข้อมูลเสร็จแล้วให้คลิกที่คำว่า “ต่อ”

4. ถัดไปให้ทำการกรอกที่อยู่อาศัยที่ผู้เปิดบัญชีอาศัยอยู่ เมือง และรหัสไปรษณีย์ เมื่อกรอกเสร็จให้คลิกที่คำว่า “ต่อ”

5. ถัดไปเป็นหน้าที่สำคัญนั้นก็คือการยืนยันตัวตนโดยการใช้เอกสารที่ทางราชการออกให้ในประเทศ ซึ่งเอกสารที่ทาง Binance ยินยอมใช้ในการยืนยันตัวตนได้นั้นก็คือบัตรประจำตัวประชาชน พาสปอร์ต และใบขับขี่ส่วนบุคคล ในครั้งนี้แอดมินขอใช้บัตรประจำตัวประชาชนในการยืนยันตัวตนครั้งนี้

6. ถัดไปจะพบกับหน้าที่แสดงตัวอย่างรูปภาพที่ถูกต้อง ในส่วนนี้ให้ทำการถ่ายรูปภาพบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เปิดบัญชี Binance ทั้งด้านหน้าและด้านหลังบัตรพร้อมอัพโหลดให้เรียบร้อย จากนั้นให้คลิกที่คำว่า “ต่อ”

7. ถัดไปเป็นการแสกนใบหน้าของผู้เปิดบัญชี Binance ซึ่งขั้นตอนนี้แอดมินแนะนำว่าให้ทำการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Binance แล้วแสกนใบหน้าผ่านมือถือจะสะดวกมากกว่าทำในคอมพิวเตอร์ หากใครที่มั่นใจว่ากล้องเว็บแคมบนคอมพิวเตอร์ของตัวเองนั้นชัดเจนพอที่จะสามารถแสกนยืนยันใบหน้าได้ก็ตามที่สะดวกของผู้เปิดบัญชีเลย แต่ในครั้งนี้แอดมินจะแสกนใบหน้าบนกล้องเว็บแคมในระหว่างที่แสกนนั้นจะมีคำสั่งให้ผู้ใช้งานปฏิบัติตามเช่น พยักหน้า อ้าปาก กระพริบตา เป็นต้น จนกระทั่งเส้นขอบวงกลมขึ้นเป็นสีเขียวเต็มวง

8. สุดท้ายเป็นการตรวจสอบข้อมูลการยืนยันตัวตนของผู้เปิดบัญชี Binance ซึ่งผลการตรวจสอบจะทราบผลได้จากจากอีเมล์ที่ได้ลงทะเบียนไว้เมื่อตอนแรกภายใน 10 วัน แต่พอเอาเข้าจริงผลการตรวจสอบข้อมูลการยืนยันจะทราบผลได้ทันทีหลังจากดำเนินการดังกล่าวโดยสังเกตได้จากปุ่มบัญชีมีข้อความระบุไว้ว่า “ยืนยันตัวตนแล้ว” เป็นอันว่าเสร็จสิ้นการยืนยันตัวตนสามารถทำธุรกรรมบน Binance ได้ทันที

หวังว่าวิธีสมัคร Binance ในครั้งนี้จะสามารถช่วยให้นักลงทุน Cryptocurrency หน้าใหม่สามารถเปิดบัญชีได้และทราบผลการยืนยันตัวตนได้ทันที สำหรับใครที่อยากลงทุนในสกุลเงิน Cryptocurrency ที่มีตัวเลือกที่มากกว่าและได้พบเห็นอัตราการเกิดเหรียญใหม่ ๆ พร้อมทั้งการเติบโตในวงการ Cryptocurrency แต่สิ่งหนึ่งพึงตระหนักเสมอว่าทุกครั้งการลงทุนไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ต้องศึกษาให้ดีทุกครั้งก่อนการลงทุน เพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินของตัวท่านเองโดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่ ขอให้มีความสุขและสมปรารถนาในการลงทุน Cryptocurrency

แชร์บทความของเหมียวให้หน่อยนะ~

1 thought on “วิธีสมัคร Binance ในปี 2022 แหล่งซื้อ-ขาย Cryptocurrency ที่นักลงทุนนิยมมากที่สุดทั่วโลก”

คอมเม้นต์พูดคุยกันได้นะเหมียว😃😃😃